แคลิฟอร์เนีย California

รัฐแคลิฟอร์เนีย ( California) เป็นรัฐที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกาติดมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดและมีพื้นที่เป็นอันดับสามในสหรัฐฯอักษรย่อของที่ทำการไปรษณีย์สหรัฐคือ CA มีชื่อเล่นว่า “The Golden State” ซึ่งมีที่มาจากทุ่งหญ้าที่เปลี่ยนเป็นสีทองในฤดูแล้ง ประชากรส่วนมากอยู่ทางใต้ของรัฐมากกว่าทางตอนเหนือ เมื่อคิดจะมาพักผ่อนในรัฐแคลิฟอร์เนีย พลาดไม่ได้เลยกับสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในรัฐนี้คือ “ซานฟรานซิสโก” น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักซานฟรานซิสโกเมืองท่าริมทะเลที่มีชื่อเสียงระดับโลกแห่งนี้ อีกทั้งยังเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยของเหล่าคนดังและซุปเปอร์สตาร์ที่มีชื่อเสียง ผู้แวะมาเยือนจะสัมผัสได้ถึงความงดงามของธรรมชาติที่โอบกอดมหานครแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรมและจะพบว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมมากมายภายในเมืองนี้ ซานฟรานซิสโกมีลักษณะภูมิประเทศที่เป็นเขา และมีชายฝั่งติดกับมหาสมุทรแปซิฟิกสัญลักษณ์ที่ขึ้นชื่อของเมืองซานฟรานซิสโกได้แก่ สะพานโกลเดนเกต และแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงได้แก่ เกาะอัลคาทราซ รถรางซานฟรานซิสโก Pier 39 และ ถนนลอมบาร์ด

” สะพานโกลเดนเกต ”

สะพานโกลเดนเกต ( Golden Gate Bridge) ทอดยาวข้ามอ่าวตอนเหนือของเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา สร้างในสมัยประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. รูสเวลท์ เมื่อปี ค.ศ. 1933 เสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1937

ตอนกลางสะพานยาว 1,280 เมตร กว้าง 27 เมตร สูงกว่าระดับน้ำทะเล 67 เมตร มีทางรถยนต์ 6 ทาง รถบรรทุก 3 ทาง รถไฟ 2 ทาง ใช้งบประมาณก่อสร้างราว 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐสะพานโกลเดนเกตกลายเป็นสถานที่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก เมื่อสร้างเสร็จใหม่ๆ สะพานกลายเป็นสัญลักษณ์ของสหรัฐอเมริกาไปโดยปริยาย ปัจจุบันนี้เองผู้คนทั่วโลกเองก็ยังคงรู้จักสะพานโกลเดนเกตและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของสหรัฐอเมริกา

และจากผลการสำรวจสถานที่ที่น่าประทับใจของสถาบันสถาปนิกอเมริกัน พบว่าอยู่ในอันดับที่ 5 ของสถานที่ต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาและเพราะสะพานโกลเดนเกท (Golden Gate Bridge) สิ่งมหัศจรรย์ทางวิศวกรรม ของโลกยุคปัจจุบัน ตั้งอยู่ในเมืองซานฟรานซิสโก เป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก โดยมีระยะทาง 2.7 กิโลเมตร สูง 223.5 เมตรทอดข้ามอ่าวทางตอนเหนือ ของเมืองท่าซานฟรานซิสโกสู่เมืองมาริน ตัวสะพานแขวนโกลเดนเกท ประกอบด้วยหอคอยเหล็กสองข้าง ข้างละ 230 เมตร โดยใช้ลวดเคเบิลสลิง เป็นตัวดึงน้ำหนักสะพาน ซึ่งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 36 นิ้ว ข้างละ 2 เส้น และยังมีเส้นลวด ที่ยึดสายโยงอีก 27,572 เส้นจึงทำให้สะพานแห่งนี้เป็นที่น่าจับตามองของคนทั่โลกและเป็นจุดเด่นให้กับเมือง “ซานฟรานซิสโก”

รัฐแคลิฟอร์เนียมีเมืองสำคัญอยู่หลายเมืองอาทิเช่น ซานฟรานซิสโก  ลอสแองเจลิส แซคราแมโต แซนโฮเซ  แซนดีเอโกและเมืองเหล่านี้ก็ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวแบบอิสระที่อยากมาโดยหาแหล่งเที่ยวเอาเองอยู่มาก

กิจกรรมที่ว่านี้ก็คือการขับรถ(สามารถหาเช่าได้ตามสถานที่รองรับนักท่องเที่ยว)ชมทิวทัศน์ที่ให้ความสะบายตาอยู่รอบๆตัวที่มีทั้งทิวเขาเล็ก ใหญ่ตามท้องถนนในตัวต่างจังหวัดในรัฐแคลิฟอร์เนีย นอกจากกิจกรรมการขับรถแสวงหาแหล่งเที่ยวเองแล้วในตัวเมืองยอดนิยมทุกเมืองก็จะมีถนนคนเดินที่ท่านสามารถหาซื้อของฝากกลับมาฝากคนในบ้านได้อีกด้วย กิจกรรมทั้งหมดนี้ท่านสามารถทำได้ทุกๆเมืองในรัฐแคลิฟอร์เนีย

เอ็กซ์คาลิเบอร์ โฮเทล แอนด์ คาสิโน (Excalibur Hotel & Casino)

เอ็กซ์คาลิเบอร์ โฮเทล แอนด์ คาสิโน (Excalibur Hotel & Casino) ตั้งอยู่ในเดอะสตริป ลาสเวกัส บริหารโดย เอ็มจีเอ็ม รีสอร์ท อินเตอร์เนชั่นแนล ตั้งอยู่ที่ ทรอปปิคาน่าแยกถนนลาสเวกัส โรงแรมถูกเชื่อมด้วยสะพานข้ามเดินเท้าไปยังคาสิโนใกล้เคียงทางเหนือสู่ นิวยอร์ค-นิวยอร์ค โฮเทล แอนด์ คาสิโน และฝั่งตะวันออกไปทรอปปิคาน่า แถมยังมีรถราง!! เชื่อมต่อเอ็กซ์คาลิเบอร์ กับโรงแรมเอ็มจีเอ็ม รีสอร์ท อินเตอร์เนชั่นแนลในทางใต้ให้ฟรียาวไป ลักซอร์ และมันฑะเลย์ เบย์ด้วย ว้าวว คือเลิศกว่านี้ หายที่ไหนไม่ได้อีกล๊าววว >O<

เอ็กซ์คาลิเบอร์ ได้รับการตั้งชื่อตามดาบของคิง อาร์เธอร์ (King Arthur) ในยุคกลาง ภายนอกอาคารเป็นภาพของปราสาทที่สวยงาม ภายในมีพื้นที่สำหรับการเสี่ยงโชคมากถึง 9,300 ตารางเมตร มีทั้งโต๊ะเกมส์ และเครื่องสล็อตกว่า 1,200 เครื่อง นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำ สปา และศูนย์ออกกำลังกายบนพื้นที่ขนาด 1,200 ตารางเมตร ห้องอาหาร 8 แห่ง ศูนย์อาหาร โบสถ์ที่เอ็กซ์คาลิเบอร์ อ็อคเทนเลาจ์ และเดอะเลาจ์ (Octane Lounge & The Lounge) มีการแสดงดนตรีสดในช่วงสุดสัปดาห์ในพื้นที่ทางเดินอาร์เคด (Arcade) ด้วยค่ะ

ที่นี่เป็นบ้านของการแสดงโชว์ชายล้วนธันเดอร์ โดย ดาวน์ อันเดอร์ (Thunder From Down Under) ซึ่งได้ย้ายมาที่เอ็กซ์คาลิเบอร์ ในช่วงกรกฏาคม 2544 นับว่าเป็นหนึ่งในโชว์ชายล้วนที่ดีที่สุดในลาสเวกัส นอกจากนี้ยังมีโชว์ ดิออสเตรเลี่ยน บีจีส์ โชว์ (The Australian Bee Gees Show) และเปิดโอกาสให้ร่วมดินเนอร์ท่ามกลางบรรยากาศการประลองบนหลังม้าของกษัตริย์ยุคกลาง ที่มีม้าทั้งหมด 12 สายพันธุ์ สมาชิกทั้งหมด 32 คน บนอัฒจันทร์ 925 ที่นั่งเรียกว่า คิง อาร์เธอร์ อารีน่า (King Arthur’s Arena) การแสดงรวมไปถึงงานเลี้ยงที่จะมีอาหารออกมาเสิร์ฟโดยพนักงานที่แต่งตัวเป็นทาส หรือสาวให้บริการ อันซีนสุดๆ ไปเล้ยย!!

และที่ต้องมาเชคอินกันเลยคือร้านอาหารเกร๋ๆ อย่างดิ๊ก ลาส รีสอร์ท (Dick’s Last Resort) ขึ้นชื่อเรื่องลีลาท่าทางของพนักงานเสิร์ฟ ชนิดที่แขกต้องตกใจ หรือหัวเราะลั่นกันเลย แถมยังมีพนักงานทาโก้ (Taco) ที่จัดเป็นมาสค็อตของดิ๊กคอยให้ความบันเทิง ด้วยการแสดงคล้ายกับการแสดงน้ำพุเบลลาจิโอในแบบของพวกเขาอยู่หลังบาร์น้ำ สุดท้ายที่ห้ามพลาดคือคุกใต้ดิน (dungeon) แสนสนุกเป็นพื้นที่อาร์เคดที่เราสามารถเข้าชม เลเซอร์ แท็ก อารีน่า (Laser Tag Arena) รวมถึง ทัวร์นาเม้นท์ ออฟ คิงส์ อารีน่า (Tournament of Kings Arena) อันโด่งดัง งานนี้บอกเลย ตื่นตาตื่นใจจนขนแขนสแตนด์อัพเลยล่ะยู้วว >,<

เที่ยวชิงช้าสวรรค์ เดอะ ลิงค์ (The LINQ High Roller)

ชิงช้าสวรรค์ เดอะ ลิงค์ (The LINQ High Roller) ชิงช้าสังเกตการณ์ที่ใหญ่ และสวยที่สุดในโลก!! ของ บริษัทซีซาร์ เอนเตอร์เทนเมนท์ คอเปอร์เรชั่น (Caesars Entertainment Corporation) เดอะ ลิงค์ เดิมชื่อ ฟลามิงโก้ คาปรี และ อิมพีเรียล พาเลซ แอนด์ เดอะ ควอร์ด (Flamingo Capri, Imperial Palace and The Quad) เรียกว่าเปลี่ยนมาหลายชื่อแล้วล่ะจ้า

เดอะ ลิงค์ลอยสูงเหนือใจกลางเดอะสตริป ลาสเวกัสขึ้นไป 167 เมตร เห็นทิวทัศน์แบบมุมกว้าง 360 องศาของลาสเวกัส วัลเลย์ (Las Vegas Valley) และเดอะสตริป ขึ้นไปแล้วรับรองคุ้ม เพราะใจมันสั่นหวั่นไหวจริงๆ ชิงช้าสวรรค์จะใช้เวลา 30 นาทีในการหมุนหนึ่งรอบ และมีห้องโดยสาร 28 ห้อง สามารถรองรับแขกได้ถึงห้องละ 40 คน รวมแล้วจุได้ทั้งหมด 1,120 คนเลยนะ หากมาที่นี่แล้วอย่าลืมเก็บภาพความประทับใจที่ตู้ถ่ายภาพชิงช้าสวรรค์ที่เค้ามีไว้ด้วยนะจ๊ะ

ที่นี่มีพื้นที่คาสิโน 3,056 ตารางเมตร เครื่องสล็อทแมทชีนจำนวน 830 เครื่อง โต๊ะเกมส์ 55 โต๊ะ มีทั้งหมด 2,640 ห้อง ไฮไลท์ของที่นี่นอกเหนือจากชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ด้านหลังโรงแรมแล้ว ยังมี เดอะ ลิงค์ พรอมมะเนด (The Linq Promenade) ที่เป็นย่านการค้าปลีก ร้านอาหาร และแหล่งบันเทิงกลางแจ้ง โดยตั้งอยู่ระหว่างเดอะ ลิงค์ และฟลามิงโก้ รีสอร์ท (Flamingo Resorts) อีกด้วย งานนี้โดนใจสายช็อปไปเต็มๆ เลยค่าา

Venetian hotel casino Las Vegas

Venetian hotel casino Las Vegas  เป็นโรงแรมคาสิโน ที่มีความพร้อมในเรื่องการให้บริการในด้านการเดิมพันครบวงจรมากที่สุด เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ  จึงเป็นที่พักที่มีเสน่ห์มนขลังดึงดูดเหล่านักท่องเที่ยวมากที่สุด

Venetian hotel casino Las Vegas

Venetian hotel casino Las Vegas คือโรงแรมคาสิโนสุดหรูมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในหมู่ของนักท่องเที่ยวทุกคน สามารถเลือกเดินทางเข้ามาพักและสัมผัสความสวยงามของคาสิโนที่ไม่เหมือนที่ มีความสวยงาม หรูหราตระการตา อย่างมาก ทำให้ใครหลายคนที่เลือกเข้ามาที่แห่งนี้มักจะหลงลืมตัวคิดว่าตนเองอยู่อีกโลกหนึ่งแน่นอน ซึ่งการตกแต่งโรงแรมเน้นความใส่ใจในทุกรายละเอียด จึงเป็นโรงแรมที่พักทันสมัยและน่าเข้ามาพักมากสูงสุด เมื่อเทียบกับที่อื่น

โรงแรมตั้งอยู่ที่ เดอะสตริป ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา โรงแรมที่มีความ กว้างขวาง เป็นส่วนตัว พร้อมใช้ชีวิตที่อิสระ การเลือกเข้ามาพักเพื่อท่องเที่ยวหรือเข้าร่วมสนุกกับความบันเทิงที่อัดแน่นอยู่ภายใน โดยเป็นความพิเศษที่ สภาพแวดล้อมสะอาด มีความเรียบร้อย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบครัน จึงทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ที่บ้านตนเอง ซึ่งที่นี่มีห้องพักมากถึง 4027และมีทั้งหมด 34ชั้น ทำให้เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่สุดในย่านนี้

Venetian hotel casino Las Vegas 2

สิ่งอำนวยความสะดวก

สำหรับใครที่เดินทางเข้าพักที่ Venetian hotel casino Las Vegas ซึ่งเป็นโรงแรมคาสิโน ซึ่งมีความพร้อมให้บริการและดูแลให้ความเรียบร้อย อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทุกคนคือ

  • สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพัก คือ เครื่องดักควัน , โทรทัศน์จอแบน , โทรทัศน์ในห้องน้ำ , กระจก , รองเท้าแตะสำหรับสวมใส่ภายในที่พัก เป็นต้น
  • สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงแรม คือ บริการซักแห้ง , บริการซักรีด , พนักงานต้อนรับ , ร้านเสริมสวย , ร้านอำนวยความสะดวก , ห้องเก็บกระเป๋า , แม่บ้านทำความสะอาดรายวัน  เป็นต้น

Venetian hotel casino Las Vegas 3

สถานที่ใกล้เคียง

นักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางเข้าพัก Venetian hotel casino Las Vegas ซึ่งเป็นโรงแรมคาสิโนตั้งอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญเช่น

  1. มาดามทุสโซ ลาสเวกัส เป็นอีกหนึ่งสถานที่ชื่อก้องโลก หากต้องการใกล้ชิดดาราคนดังหรือจะเป็นนักกีฬา บุคคลที่มีชื่อเสียง โดยเป็นรูปหุ่นปั้นที่มีความเหมือนและมีขนาดเท่ากับตัวจริง แนะนำว่าต้องมาเที่ยวที่นี่ให้ได้
  2. ดูโชว์การแสดงที่ถนน Fremont เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่มีสีสันอย่างมาก ซึ่งเป็นความพิเศษ หากใครที่ชอบเรื่องแสงสีจะต้องไม่พลาดถนนเส้นนี้ พร้อมให้คุณได้ตื่นตาตื่นใจอย่างมาก
  3. Las Vegas North Premium Outlets แหล่งช้อปปิ้งที่มีความสำคัญ สามารถเดินเลือกซื้อสินค้าได้ตามความชอบ ซึ่งเป็นรูปแบบความพิเศษ โดยเป็นแบบ โล่ง open-air หากวันไหนอากาศร้อนอาจจะอบอ้าวไปสักนิด
  4. Town Square หากใครที่ต้องการสินค้าแบรนด์เนม ที่นี่มีให้เลือกซื้อมากมายหลายยี่ห้อ และสามารถเลือกอาหารทานเล่นได้หลากหลาย
  5. โลกเอ็มแอนด์เอ็ม เป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญ ซึ่งเป็นต้นกำนิดของขนมหวานแสนอร่อย เพราะที่นี่จะเปิดโอกาสให้ได้เข้าเยี่ยมชมการพัฒนาการของขนมหวานแสนอร่อยยี่ห้อนี้ พร้อมทั้งเลือกซื้อกลับบ้านได้

Venetian hotel casino Las Vegas 4

เวเนเชี่ยน โฮเทล คาสิโน ลาส เวกัส

เวเนเชี่ยน โฮเทล คาสิโน ลาส เวกัส จะเป็นชื่อโรงแรมคาสิโนที่พักอันดับแรกหากเดินทางมายังลาสเวกัส เพราะที่นี่เป็นแหล่งเดิมพันคาสิโนขนาดใหญ่ หากไม่เข้ามาร่วมเดิมพันสักครั้งก็อาจจะทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองเดินทางมาท่องเที่ยวยังไม่ครบหรือไม่คุ้มค่า ในรูปแบบของเกมเดิมพันที่ทุกคนจะสามารถเลือกได้อิสระ ทั้งเกมโต๊ะ เกมตู้ ทุกคนจะสามารถเลือกเล่นได้อิสระ ซึ่งเป็นความพิเศษที่ทุกคนจะเข้าร่วมเดิมพันได้เต็มที่ เร้าใจทุกครั้งที่เดิมพัน แต่ผู้ที่จะสามารถเช็คอินเข้าพักและเดิมพันได้ต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป

ข้อดี

  1. พนักงานสามารถพูดได้ 17 ภาษา เช่น ภาษาไทย , อังกฤษ , เกาหลี , จีน , ญี่ปุ่น , โปรตุเกส , มาเลเซีย , รัสเซีย
  2. มีไวไฟให้กับนักท่องเที่ยวทุกคนในพื้นที่สาธารณะ
  3. กิจกรรมผ่อนคลายจำนวนมากเช่น การนวดสปา , ซาวน่า , ไนท์คลับ , ห้องอบไอน้ำ , โยคะ ,บริการตั๋ว
  4. บริการพี่เลี้ยงเด็ก
  5. การรักษาความปลอดภัยเข้มาตลอด 24 ชม.
  6. ทางสำหรับรถเข็น และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ
  7. ลิฟท์พร้อมใช้บริการ

ข้อเสีย

  1. ไม่มีบริการไวไฟภายในห้องพัก
  2. ไม่มีบริการเตียงเสริมแบบล้อเลื่อนในห้องพัก เบลลา สวีทหรือ ลักชัวรี

Venetian hotel casino Las Vegas 5

สรุป

            เวเนเชี่ยน โฮเทล คาสิโน ลาส เวกัส จึงเป็นโรงแรมคาสิโนที่พร้อมเปิดประสบการณ์ในการเดิมพันและการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย รับรองว่าความปลอดภัยมีมาตรฐาน สำหรับใครที่ยังไม่เคยมาแนะนำว่าต้องลอง  หากใครที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ www.venetian.com

Las Vegas ที่คุณต้องรู้ก่อนไป

Las Vegas ตั้งอยู่ที่รัฐเนวาดา อยู่ห่างจาก L.A. เพียงแค่ 4 ชั่วโมง มีชาวเอเชียอยู่ มากกว่า 6%  Las Vegas เป็นสวรค์ของนักท่องเที่ยว เมืองนี้มีชื่อเสียงระดับโลกในเรื่องของคาสิโน เนื่องจากเมืองนี้เติบโตจากธุรกิจการพนันจนกลายมาเป็นศูนย์กลางของความบันเทิงอื่น ๆ เช่น โรงแรมระดับโลก ร้านอาหาร ร้านค้า ธุรกิจบริการ การแสดงโชว์ แสงสีค่ำคืน ชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในโลก จึงทำให้ผู้คนที่ไป Las Vegas  ไม่ได้เป็นเพราะต้องการที่จะเล่นการพนันหรือไปดื่มกินให้สนุกเป็นหลักอีกต่อไป แต่เพราะเมืองนี้ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าค้นหาและมาเยือนได้ทั้งครอบครัว ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ค่ะ
นอกจาก Las Vegas จะเป็นที่ตั้งของธุรกิจบันเทิงแล้ว ยังมี โรงเรียนและมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ด้วยค่ะ มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงคือ University of Nevada, Las Vegas และ  Nevada State College เป็นต้น

อากาศในลาสเวกัส 
ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่ค่อนข้างแห้งแล้ง อากาศจึงค่อนข้างร้อนในเวลากลางวัน ส่วนกลางคืน อากาศจะเย็น ๆ ค่ะ
ฤดูร้อน ช่วงเดือน มิถุนายน กรกฎาคมและสิงหาคม อุณหภูมิอาจแตะถึง 40 องศาเลยก็ว่าได้ มีฝนตกเล็กน้อย 1-2 วันต่อเดือน
ฤดูหนาว อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 15 องศา แนะนำให้ออกมาทำกิจกรรมกลางแจ้งช่วงหน้าหนาวนะคะ ส่วนหน้าร้อนแนะนำให้เที่ยวอยู่ในตัวอาคารจะดีกว่าค่ะ

การเดินทางในลาสเวกัส
การเดินทางในลาสเวกัสไม่ได้ยากลำบากอย่างที่คิด เพราะมีทั้ง รถบัส, Monorail, Taxi, Shuttle Bus, Limousine Services, รวมไปถึงการเช่าเฮลิคอปเตอร์เพื่อชมเมืองอีกด้วย หากว่างจากการเรียนก็ลองไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ชมเมืองดูค่ะ ได้ประสบการณ์ไปอีกแบบ

การคมนาคมหลัก ๆ ในลาสเกัส 
1. รถบัส  จะมี RTC Transit เป็น public transportation system โดยรถบัส ให้บริการในดาวน์ทาวน์และรอบ ๆ ลาสเวกัส เริ่มต้นที่ $2 พาสต่างๆ เริ่มที่ $6 จะมีรถบัส 2 แบบ คือ
– Deuce ให้บริการ 24 ชั่วโมง วิ่งระหว่าง Mandalay Bay และ downtown มีรถทุก ๆ 12-30 นาที
– SDX (Strip & Downtown Express) ให้บริการ 9 โมงเช้าจนถึงเที่ยงคืนครึ่งทุกวัน มีรถทุก ๆ 12-15 นาที
– WAX (Westcliff Airport Express) ให้บริการระหว่าง downtown Las Vegas, the Las Vegas Premium Outlets, the Strip at Tropicana และ McCarran International Airport ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 5 ทุ่ม

ดูแผนที่การเดินทางโดยรถบัส

2. Monorail วิ่งระหว่าง MGM Grand ถึง  SLS Las Vegas รถรางจะออกทุก ๆ 4-8 นาที
เวลาเดินรถ
Monday: 7 am – 12 midnight
Tuesday: 7 am – 2 am
Wednesday: 7 am – 2 am
Thursday: 7 am – 2 am
Friday: 7 am – 3 am
Saturday: 7 am – 3 am
Sunday: 7 am – 3 am

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในลาสเวกัส
1. Star Trek The Experience
ตั้งอยู่บนถนนพาราไดซ์  มีหลากหลายโซน รวมถึงสัมผัสห้วงอวกาศจอซีมูเลเตอร์ในโซนที่จัดไว้ เหมือนเข้าไปอยู่ในโลกภาพยนตร์เลยค่ะ

2. Titanic: The Artifact Exhibition
ตั้งอยู่ที่ Luxor Hotel Last Vegas แฟนๆ ไททานิคห้ามพลาดเลยนะคะเพราะเหมือนได้เข้ามาอยู่ในบรรยากาศของไททานิคจริงๆเลยล่ะค่ะ
เปิดทุกวัน 10.00-22.00 น.

3. อาคาร Stratosphere
ตึก Stratosphere เป็นหนึ่งในอาคารที่สูงที่สุดในอเมริกาตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำมิสซิสซิปปี มีลิฟท์แก้วสูงขึ้นไปจาก 1,149 ฟุตจาก
พื้นดิน สามารถออกไปชมวิวจากดาดฟ้าด้านนอกอาคารได้

4. Red Rock Canyon NationalConservation Area
ใครชอบแบบ Outdoor ห้ามพลาดที่นี่เลย จะขับรถชมวิวตั้งแคมป์ ปีนเขาก็สามารถทำได้นะคะ เปิด 8.30 – 16.30 น.

5.โบสถ์แต่งงานในลาสเวกัส
ในลาสเวกัสมีสถานที่จัดงานแต่งงานได้หลากหลายและแหวกแนวที่สุด และเป็นสวรรค์ของการฮันนีมูน จึงมีคู่รักมาจัดงานแต่งที่นี่เยอะมากค่ะ ใน 1 วันจะมีคู่รักที่ตอบตกลงแต่งงานกันถึง 315 คู่!!!

6. Race for Atlantis
มีการผจญภัยแบบ 3 มิติที่ Race for Atlantis ชมภาพยนตร์ผจญภัยแนววิทยาศาสตร์ในระบบ IMAX ที่ร่วมเดินทางสำรวจนครแอตแลนติสเป็นเวลาสี่นาทีเต็มผ่านฉากที่สวยงามของเมืองตะลุยผ่านเส้นทางผจญภัยต่าง ทั้งสนุกสนานและตื่นเต้นกับแรงกระเทือนเสมือนกำลังขับรถอยู่บนเส้นทางจริงๆเป็นหนึ่งกิจกรรมที่เด็กๆ น่าจะชื่นชอบอย่างแน่นอน

7.  High Roller
เป็นชิงช้าสวรรค์ยักษ์ สูง 550ฟุต ตั้งอยู่บนถนนลาสเวกัสสตรีฟ (Las Vegas Strip) มีห้องโดยสาร 28ห้อง สามารถบรรจุผู้โดยสารห้องละ 40 คนรวมถึงมีการติดตั้งแสงและเปิดไฟแอลอีดีในเวลากลางคืน  บัตรสำหรับหนึ่งคน รอบ 30 นาที 1 รอบ ราคา $24.95 (เวลากลางวัน) และ $34.95 (เวลากลางคืน) บัตรด่วนราคา $59.95 อนุญาตให้ผู้ถือบัตรสามารถข้ามแถวและขึ้นโดยสารเวลาใดก็ได้

เมืองแห่งการพนันลาสเวกัส กลางทะเลทรายเนวาดา

เมื่อเอ่ยถึงเมืองลาสเวกัสสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกพร้อมใจกันนึกถึงนั่นคือเรื่องของเมืองแห่งการพนันที่อาจเรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในโลกคงไม่ผิดแปลกไปเท่าไหร่นัก มีการยกฉายาให้ว่าเมืองแห่งบาปบ้างก็เมืองแห่งแสงสี ขณะที่นักเขียนชาวสหรัฐฯ ท่านหนึ่งเคยให้นิยามของเมืองแห่งนี้ไว้ว่า America’s Playground หรือสนามเด็กเล่นของคนอเมริกัน ทุกค่ำคืนของเมืองแห่งนี้เปรียบได้กับเมืองอันไม่เคยหลับใหล เต็มไปด้วยแสงสี คลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาจากทั่วโลกเพื่อหวังมาเสี่ยงดวงกับการเล่นพนันบนพื้นที่ทะเลทรายของรัฐเนวาดา เมืองหลวงแห่งการพนันทั้งปวง

เมืองหลวงของการพนัน ลาลเวกัส

ในอดีตเมืองแห่งนี้เป็นเมืองที่ไม่เคยได้รับความสนใจเท่าไหร่ด้วยซ้ำ มองไปตรงไหนก็พบเจอแต่ทะเลทรายแม้แต่ถนนจะตัดผ่านยังแทบไม่มี อาชีพของประชาชนส่วนใหญ่คือการทำเหมืองหิน, ค้าขาย กระทั่งเกิดแนวความคิดต้องการพัฒนาเมืองแห่งนี้ให้มีความเจริญก้าวหน้าสูงสุด รัฐบาลสหรัฐฯ จึงได้ตัดสินใจให้ลาสเวกัสกลายเป็นสถานที่ของบ่อนคาสิโนจำนวนมาก กลายเป็นเมืองทางผ่านที่มักมีผู้คนแวะมาเยี่ยมเยียนอย่างไม่ขาดสายโดยถนนเส้นหลักจะตัดผ่านไปยังชายฝั่งด้านตะวันตกของประเทศ นับตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมาลาสเวกัสกลายเป็นเมืองที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพราะได้กลายเป็นศูนย์กลางขนาดใหญ่แห่งวงการพนัน ทั้งบ่อนคาสิโนที่มีการเล่นพนันครบทุกประเภท, การเต้นระบำเอาใจบรรดาแขกผู้มาเสี่ยงโชค ส่งผลให้แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาชนิดไม่ขาดสาย

จากความเจริญก้าวหน้าแบบต่อเนื่องทำให้ภายในเวลาไม่กี่ปีเมืองแห่งนี้ได้สร้างตึกรามขนาดใหญ่โต หรูหรา โอ่อ่า ไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนเพื่อให้ได้รับความสะดวกสบายสูงสุด มีการสร้างแบบจำลองสถานที่ต่างๆ ทั่วโลกเอาไว้ในเมืองมากมาย เช่น เทพีเสรีภาพของมหานครนิวยอร์ก, หอไอเฟลของกรุงปารีส ฝรั่งเศส, นาฬิกาบิ๊กเบนแห่งกรุงลอนดอน อังกฤษ หรือพีระมิดแห่งอียิปต์ก็มีให้ได้เห็นกัน นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของความหรูหรา ความสุดยอดของเมืองหลวงแห่งการพนันเมืองนี้เท่านั้นหากใครได้มีโอกาสสัมผัสจริงๆ จะพบกับความตระการตาอีกมากมาย

ใครต้องการเสี่ยงโชคแบบถึงใจการได้มีโอกาสเดินทางไปยังลาสเวกัสจะทำให้ฝันของคุณเป็นจริงได้ไม่ยาก จากเมืองกลางทะเลทรายของรัฐเนวาดาที่ลองย้อนกลับไปกว่า 30 ปีที่แล้วคงไม่มีใครอยากเชื่อว่ามันจะพัฒนาไปได้ไกลขนาดนี้ ปัจจุบันลาสเวกัสคือศูนย์กลางแห่งวงการคาสิโนที่ทุกคนพร้อมจะเดินเข้ามาหาเพื่อเสี่ยงโชค ท่องเที่ยว สร้างความสำราญใจให้กับตนเองอย่างไม่รู้จักเบื่อ เป็นเมืองที่เพียบพร้อมด้วยความสะดวกสบายในทุกๆ ด้านอย่างแท้จริง

ของฝากอเมริกา ผู้หญิง 2019 ถูกกว่าไทย มีอะไรน่าสอย

สาวๆ คนไหนที่ทำงานเยอะ โดยเฉพาะใครที่มีธุรกิจเป็นของตัวเองด้วยล่ะก็ ต้องหาเวลาชวนคุณแฟนไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศหลังจากทำงานเหนื่อยมาทั้งปีบ้างนะ แต่จะไปเที่ยวทั้งที ปีนี้ขอไปเที่ยวไกลๆ อย่างอเมริกาบ้างก็ท่าจะดี เห็นว่าช่วงนี้อากาศดี๊ดี เย็นสบาย แม้กระทั่งทางตอนใต้ของประเทศ เตรียมตัว ทัวร์อเมริกา แล้วก็อย่าลืมเตรียมตังค์ไว้ช้อปกันด้วยนะ เพราะว่า ของฝากอเมริกา ผู้หญิง อย่างสินค้าแฟชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋า เสื้อผ้า นาฬิกา รองเท้าผ้าใบ หรือเครื่องสำอาง บางอย่างซื้อที่นู่นถูกกว่าที่ไทยด้วยนะเออ มาดูกันค่ะว่า ปี 2019 มีอะไรน่าซื้อกลับมาบ้าง

1.กระเป๋า

สำหรับ ของฝากอเมริกา ผู้หญิง ชิ้นแรก ไม่พูดถึงไม่ได้เลย นั่นก็คือ กระเป๋า ที่มีมากมายหลายยี่ห้อ ซื้อในอเมริกานั้นถูกกว่าที่ไทยหรือในเอเชียแน่นอน ส่วนแบรนด์กระเป๋ายอดนิยมในอเมริกาที่ถูกใจสาวๆ คงจะหนีไม่พ้น Coach และ Marc Jacobs ขอบอกว่าถ้าซื้อตาม Premium Outlet นี่อาจเจอป้ายลดราคาสูงสุดถึง 70%!!! เผลอๆ ที่ Outlet นั้นๆ อาจมีโปรโมชั่นซื้อครบเท่านั้นเท่านี้ก็จะได้ลดราคาไปอีกกกก เรียกได้ว่าคุ้มสุดๆ ไปเลย เรามาดูกันค่ะว่าแต่ละแบรนด์มีรุ่นยอดฮิตรุ่นไหนน่าสอยกันบ้าง

Coach

Cr. world.coach.com

กระเป๋าแบรนด์ Coach ถือว่าเป็น ของฝากอเมริกา ผู้หญิง ยอดฮิตสำหรับสาวไทยเลยก็ว่าได้ สำหรับกระเป๋าแบรนด์นี้ ซึ่งมีหลายรุ่น หลายดีไซน์ พร้อมกับวัสดุหลายประเภท ให้เลือกใช้งานกันได้ตามชอบ แต่รุ่นที่สาวไทยนิยมซื้อกันก็จะเป็นรุ่นคลาสสิกอย่าง Reversible City Tote in Signature กระเป๋าสะพายไหล่ลายโลโก้ซิกเนเจอร์ของแบรนด์ Coach เอาให้เห็นแต่ไกลหลักร้อยเมตรเลยว่าฉันสะพาย Coach นะจ๊ะ รุ่นนี้ราคาคิดเป็นเงินไทยจะอยู่ที่ประมาณ 5,xxx บาท ถูกกว่าซื้อในไทยตั้งกว่าครึ่ง!

Marc Jacobs

Cr. marcjacobs.com

ส่วนกระเป๋าแบรนด์ Marc Jacobs ก็มีหลายรุ่น หลายแบบ หลายสีให้เลือกเยอะตาแตกไม่แพ้กันเลยค่ะ รุ่นที่สาวไทยนิยมกันก็จะเป็นกระเป๋าสะพายไหล่ The Mini Boho Grind สีชมพูอ่อนพาสเทล หวานได้ ลุยก็ได้ เข้าง่ายกับเสื้อผ้าหลากสไตล์ ใบเดียวจบ เก๋เว่อร์! สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 10,xxx บาท แต่ถ้าซื้อในไทยนี่ 14,xxx++ นะจ๊ะ

2.เสื้อผ้า

ของฝากอเมริกา ผู้หญิง ที่สาวไทยชอบช้อปกัน ก็มีเสื้อผ้ารวมอยู่ในนั้นด้วย ซึ่งเสื้อผ้าแบรนด์สัญชาติอเมริกันนั้น ขอบอกเลยว่าถ้าซื้อที่ Outlet ช่วง Sale นะคะ ถูกเหมือนได้ฟรี! ที่ขายตามช็อปในเมืองไทยเมินไปได้เลย แต่ก็ต้องทำใจนะว่าถ้าอยากซื้อราคาถูกกว่าที่ไทยอาจจะไม่ใช่คอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งออก และอาจจะหาไซส์ยากนิดหนึ่งสำหรับสาวๆ ตัวเล็ก แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ ไป ทัวร์อเมริกา ทั้งทีก็ต้องช้อปปิ้งให้คุ้ม! ซึ่งแบรนด์เสื้อผ้าที่เราขอแนะนำก็คือแบรนด์ Abercrombie & Fitch และแบรนด์ Calvin Klein

Abercrombie & Fitch

Cr. abercrombie.com

สาวๆ ที่หลงใหลกางเกงยีนส์ ยิ่งถ้าเป็นยีนส์ขาดๆ เก๋ๆ ดูมีสไตล์ไม่เหมือนใคร ขอบอกเลยว่าแบรนด์ Abercrombie & Fitch มีกางเกงยีนส์เท่ๆ ให้เลือกหลายรุ่นมากกกกก ซึ่งรุ่นยอดนิยม หุ่นทรงไหนใส่แล้วก็รอด! ก็คือรุ่น Low-Rise Slim Boyfriend Jeans ที่ใส่กับเสื้อทรงไหนก็สวย ยิ่งถ้าซื้อใน Outlet ราคาจะตกอยู่ที่ประมาณ 500-600 บาท ซื้อในไทยนี่หลักพันนะเธอ!

Calvin Klein

Cr. macys.com

สำหรับแบรนด์ Calvin Klein นั้น มีหลากหลายสินค้าให้เราเลือก แต่สำหรับสาวๆ ที่ชอบแต่งกายสายฝอ น่าจะอยากได้ชุดชั้นในของแบรนด์นี้มาครอบครองกันอยู่ใช่ไหมล่ะ ซึ่งรุ่นที่สาวๆ ใฝ่ฝันก็คงจะหนีไม่พ้น รุ่นที่มีโลโก้ของ Calvin Klein อยู่ตรงขอบ เวลาใส่แล้วเห็นขอบโผล่มา ดูเซ็กซี่ไม่ใช่น้อย ถ้าซื้อตาม Outlet ที่นู่น ตัวละประมาณ 600-800 บาท ราคาก็น่าคบอยู่นะ!

3.นาฬิกา

สาวๆ บางคนก็ชอบเครื่องประดับเท่ๆ อย่าง นาฬิกา เลยนิยมซื้อเป็น ของฝากอเมริกา ผู้หญิง ที่ใส่นาฬิกาก็จะช่วยเสริมบุคคลิกได้ด้วย ไม่ว่าจะไปทำงานหรือไปเที่ยวก็สวยได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเครื่องประดับชิ้นอื่นเพิ่มเติมเลยละค่ะ ซึ่งนาฬิกาแบบสวยๆ ที่อเมริกานั้น ก็มีให้เลือกหลากหลายแบรนด์ อาทิ Fossil หรือ Guess ที่สำคัญคือถูกกว่าไทยด้วยแหละ

Fossil

Cr. fossil.com

แบรนด์นาฬิกาที่มีสไตล์ที่น่ารัก เก๋ไก๋ ใส่ได้ตลอดก็ยกให้แบรนด์ Fossil เลยค่ะ มีหลายรุ่นน่าซื้อน่าสนใจมาก แต่รุ่นที่อยาแนะนำให้คุณสาวๆ คือรุ่น SCARLETTE MULTIFUNCTION ROSE GOLD-TONE STAINLESS STEEL WATCH สี Rose Gold ดูไฮโซมาก ซื้อที่อเมริกา ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1,000-3,000 บาท

Guess

Cr. guess.eu

นาฬิกาอีกแบรนด์ในราคาที่จับต้องได้ก็คือ Guess ค่ะ มีนาฬิกาให้เราเลือกหลายรุ่นมากกกกกๆๆ ทางเราขอแนะนำรุ่น STEEL WATCH WITH RHINESTONES ตัวเรือนเป็นสแตนเลสสี Rose Gold ประดับเพชร ใส่แล้วดูไฮโซมากๆ ราคาซื้อที่นู่นจะอยู่ที่ประมาณ 2,000-4,000 บาท ถูกกว่าที่ไทยเป็นเห็นๆ

4.รองเท้าผ้าใบ

ของฝากอเมริกา ผู้หญิง อย่างรองเท้าผ้าใบ ปัจจุบันก็เป็นสิ่งที่สาวๆ นิยมไม่แพ้กันค่ะ เพราะเทรนด์การมิกซ์แอนด์แมตช์รองเท้าผ้าใบกับชุดเก๋ต่างๆ กำลังเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ ซึ่งแบรนด์ที่น่าสอยก็คงจะหนีไม่พ้นแบรนด์ดังอย่าง Nike และ Adidas ที่เขาว่ากันว่า ถูกกว่าซื้อที่ไทยแน่นอน!!!

Nike

Cr. nike.com

คงไม่ต้องพูดถึงชื่อเสียงของรองเท้าผ้าใบแบรนด์ Nike เพราะเป็นแบรนด์ที่ใครๆ ก็ใฝ่ฝันที่จะมีไว้ครอบครองสักคู่สองคู่ ไป ทัวร์อเมริกา ทั้งทีก็ต้องสอยมาครอบครองสักคู่ให้จงได้! ซึ่งทางเราขอเชียร์รุ่น Classic Cortez สีขาวค่ะคุณ แมตช์กับเสื้อผ้าได้ทุกชุด ขอบอก! สีเดียวใส่ได้ทั้งหญิงทั้งชายเลยค่ะ ราคาที่นู่นจะอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,000 บาทนิดๆ เอง

Adidas

Cr. adidas.com

อีกหนึ่งแบรนด์รองเท้าที่ตีคู่มากับ Nike ก็คือ Adidas ที่ดีไซน์โดนใจใครหลายคน ของมันต้องมีนะคะ! จัดไปค่ะกับรุ่น Stan Smith สุดคลาสสิก ใส่ได้ง่ายๆ เข้าได้กับทุกชุด ไม่เบื่อ สนนราคาที่อเมริกาก็จะประมาณ 2,000-3,000 บาทนิดๆ

5.เครื่องสำอาง

ของฝากอเมริกา ผู้หญิง อย่างสุดท้ายที่สาวๆ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง นั่นก็คือเครื่องสำอาง ซึ่งแบรนด์ที่เราขอแนะนำว่าต้องซื้อนะคะสาวๆ ได้แก่ Anastasia และ Urban Decay ที่อเมริกานั้นเขาว่ากันว่าถูกและดี เอาสิ! ไปเที่ยวไกลถึงอเมริกาทั้งที ของมันต้องมีนะคะคุณขาาา

Anastasia

Cr. anastasiabeverlyhills.com

เพราะคิ้วคือมงกุฎของใบหน้า ก็จัดไปเลยค่ะ เจลเขียนคิ้ว Dipbrow-Pomade ของ Anastasia เขาว่ากันว่าเริ่ดจริงอะไรจริง! เพราะบรรดาบิวตี้บล็อกเกอร์ต่างก็แนะนำให้ใช้ อยากมีคิ้วสวยต้องจัดค่ะ! แถมซื้อที่อเมริการาคาแค่ประมาณ 400 กว่าบาทเอง ซื้อในไทยนี่ 600 บาทขึ้นไปนะคะคุณ

Urban Decay

Cr. sephora.com

เครื่องสำอางแบรนด์สายฝอสุดฮิตที่สาวๆ ไม่มีไม่ได้! กับพาเลทรุ่นใหม่ที่วางขายในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 กับพาเลท Naked Reloaded แนะนำว่าต้องไปตำมาให้ได้นะคะ ของใหม่ สีสวย มีหลายโทนสีที่แต่งได้ทุกลุค พาเลทเดียวเอาอยู่แน่นอน!

Sin City เมืองคนบาป ฉายานี้ท่านได้แต่ใดมา

“เมืองคนบาป หรือ Sin City” คือฉายาหรือสมญานามของลาสเวกัส (Las Vegas) แต่เพื่อน ๆ เคยทราบที่มาที่ไปของชื่อเรียกนี้รึเปล่าคะ ทำไมลาสเวกัสถึงได้ชื่อนี้ เมืองคนบาป แล้วบาปอย่างไรล่ะ ลาสเวกัสนั้นเป็นแหล่งรวมความบันเทิงของผู้ใหญ่อย่างถูกกฏหมาย ไม่ว่าจะเป็น บ่อน คาสิโน สล็อต การค้าบริการ เครื่องดื่มแอกอฮอลล์ ในสหรัฐอเมริกามีกฎหมาย 4.0 นั่นคือการดื่มแอลกอฮอล์ในที่สาธารณะ หรือ “กฎหมายเปิดภาชนะในที่สาธารณะ (Open Container Law)” มีจุดประสงค์เพื่อรักษาคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในชุมชน โดยป้องกันไม่ให้คนเมาในที่สาธารณะ ป้องกันพฤติกรรมนักเลง ป้องกันอุบัติเหตุจากรถยนต์ รถประจำทางและยานยนต์อื่น ๆ โดยห้ามผู้ขับขี่และผู้โดยสารบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งรวมถึงการมีภาชนะซึ่งบรรจุแอลกอฮอล์ที่ถูกเปิดไว้อยู่ในครอบครองด้วย

แต่ใช่ว่าทุกรัฐที่จะบังคับใช้กฏหมายนี้นะคะ ในรัฐที่มีชื่อเสียงและแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เช่น ลาสเวกัส และนิวออร์ลีนส์ ไม่มีการใช้กฏหมายเปิดภาชนะในที่สาธารณะ (Open Container Law) ยกเว้นบริเวณทางเท้าและถนน แต่เพื่อน ๆ สามารถหาร้านนั่งดื่มได้ค่ะ ที่ลาสเวกัสและนิวออร์ลีนส์ได้รับข้อยกเว้นในกฏหมายนี้ก็เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และธุรกิจท้องถิ่นให้กับบรรดาโรงแรม ร้านอาหารนั่นเองค่ะ

 

https://www.tripsavvy.com/free-drinks-in-las-vegas-1679133

 

ฝรั่งบางคนก็เรียกว่า คลับสำหรับท่านชาย (gentleman’s clubs) หรือ คลับสตริป (strip clubs) หนึ่งในจุดหมายปลายทางอันชั่วร้ายเพื่อตอบสนองความต้องการของบรรดาหนุ่มสาวที่มองหาความสำราญ เรียกว่า เมืองคนบาป (Sin City ซินซิตี้)

แล้วทำไมถึงได้ฉายาว่า เมืองคนบาปล่ะ (Sin City ซินซิตี้)

เมืองคนบาปนี้ต้องย้อนกลับไปดูเมื่อปี 1906 มีย่านที่เรียกว่า บล็อก 16 (Block 16) ตั้งอยู่บนถนนสายแรกระหว่างถนน Ogden และ Stewart ไปตามถนนลาสเวกัสซัน (Las Vegas Sun) บริเวณนี้และแถบใกล้เคียงกันได้รับอนุญาตให้จำหน่ายสุราอย่างถูกกฎหมายให้กับนักท่องเที่ยวทางรถไฟและพวกคนงานที่เหน็ดเหนื่อยหลังจากทำงานอย่างหนักมาทั้งวันได้ผ่อนคลายกัน ต่อในที่ บล็อก 16 (Block 16) ก็เริ่มเช่าห้องทางด้านบนหรือด้านหลังให้เหล่าผู้หญิงขายบริการเป็นผลทำให้รายได้ของร้านที่จำหน่ายสุราหดหายไปอย่างมาก

https://over50vegas.com/219_N_1st_St_Arizona_Cub.html

 

หนึ่งในบาร์แรก ๆ อย่าง แอริโซนาคลับ (The Arizona Club) จึงต้องคิดค้นกลยุทธ์ใหม่เรียกลูกค้าและส่วนแบ่งของตนเองกลับมา เขาได้เริ่มเปิดห้องสำหรับเซียนพนันทั้งหลายในปี 1912 นั่นคือจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่แผ่ขยายออกมาเป็นวงกว้างมาจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันที่นี่จึงเต็มไปด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บ่อน คาสิโน สล็อต การค้าประเวณี อย่างถูกกฏหมายมายาวนานกว่าร้อยปี

Sin City เมืองคนบาป : ความหมายในยุคปัจจุบัน

ขณะที่การค้าประเวณีเป็นเรื่องถูกกฏหมายในเนวาดา แต่หญิงขายบริการต้องมีใบอนุญาตนะคะ ไม่งั้นจะผิดกฏหมายทันทีค่ะ ในทางเทคนิคแล้วกลับผิดกฏหมายลาสเวกัส เอ๊ะ!! ยังไง นั่นเป็นเพราะว่าเมืองแห่งนี้พยายามลบภาพลักษณ์เดิม ๆ แหล่งมั่วสุมอบายมุข ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวมากขึ้น เช่น พิพิธภัณฑ์ สวนสนุก ถึงแม้ปัจจุบันนี้ลาสเวกัสพยายามอย่างหนักเพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ และดูเหมือนจะประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ที่นี่ยังคงเป็นโอเอซิส จุดหมายปลายทางของเหล่าเซียนพนัน หนุ่มสาวที่มองหาความสำราญให้กับชีวิต เมื่อเทียบกับเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ ในสหรัฐอเมริกาเองแล้ว ที่นี่ยังคงเป็นเมืองที่นำเสนอความเป็นคนบาปไม่เสื่อมคลาย ทั้งการค้าประเวณี บ่อน คาสิโน สล็อต นักท่องเที่ยวที่มาเป็นครอบครัวส่วนใหญ่จึงมีปริมาณน้อยกว่าเมื่อเทียบกับนักท่องเที่ยวที่มองหาความหรูหรา และความสำราญ

https://jackcolton.com/guides/how-much-are-drinks/

 

เหล้าฟรีที่ลาสเวกัส

เมืองคนบาปมีบริการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งวันทั้งคืน บ่อน คาสิโน สล็อต บางแห่งยังมีการแจกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฟรีให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการอีกด้วยค่ะ ที่เมืองคนบาปแห่งนี้ไม่มีกฎหมายเปิดภาชนะในที่สาธารณะ (Open Container Law) เพื่อน ๆ สามารถดื่มได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวโดนจับ ตราบใดที่เครื่องดื่มนั้นถูกบรรจุในพลาสติก และเพื่อน ๆ ไม่นำไปดื่มใกล้เขตโรงเรียนหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ค่ะ ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะเรียกเมืองแห่งนี้ว่าอย่างไร แต่คงอดไม่ได้ที่จะมองเมืองแห่งนี้ว่าเป็น เมืองคนบาป ดังฉายาที่ได้รับ เมื่อเทียบกับความหมายของมันและพินิจพิเคราะห์กับสิ่งที่เห็นในเมืองนี้ ไม่แปลกใจเลยที่ลาสเวกัสจะถูกเลือกเป็น ปาร์ตี้สละโสด การพบปะทางธุรกิจ ฯลฯ รวมไปถึงการหลีกหนีความน่าเบื่อในชีวิตปัจจุบันของเรา

ครึ่งหนึ่งของคาสิโนในมาเก๊านั้นเป็นธุรกิจของราชาคาสิโนที่ชื่อ “สแตนลีย์ โฮ” (Stanley Ho)

มาเก๊า “ลาสเวกัสแห่งเอเชีย” แถมค่าใช้จ่ายก็ไม่สูงมาก เดินทางเองได้สะดวกสบายชนิดที่ไม่จำเป็นต้องมีไกด์นำทาง ที่สำคัญคือมีความปลอดภัย คนไทยสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า

ไม่ได้หมายความว่า คนไทยเป็นนักพนันอะไรแบบนั้น แต่เพราะมาเก๊าเพียบพร้อมไปทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร สถาปัตยกรรม ธรรมชาติ ศิลปะ สินค้า กิจกรรมที่สนุกสนาน และยังมีความสะดวกสบายในทุกๆ เรื่อง
ถึงแม้ว่ายังไม่เคยมามาเก๊า หรือไม่ได้วางโปรแกรมการเดินทางมาก็สามารถเที่ยวมาเก๊าได้แบบสบายๆ เพราะระบบขนส่งมวลชนของที่นี่ถือว่าดีเลิศ ทั้งรถเมล์ แท็กซี่ เรือ และเร็วๆ นี้ก็ดูเหมือนว่าจะมีรถไฟฟ้ามาบริการเพิ่มเติมเข้ามาอีก ถ้าใครกลัวเรื่องเดินทางตัดปัญหาข้อนี้ไปได้เลย
อย่างที่เกริ่นไว้แต่แรกว่ามาเก๊านั้นถูกเรียกขานกันในนาม “ลาสเวกัสแห่งเอเชีย” นั่นก็เพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมคาสิโนมาตรฐานโลกไว้แทบทุกซอกทุกมุม รวมๆ ตอนนี้ก็น่าจะมีเกือบ 50 แห่ง แต่รู้หรือไม่ว่า กว่าครึ่งหนึ่งนั้นเป็นธุรกิจในกำมือของราชาคาสิโนที่ชื่อ “สแตนลีย์ โฮ” (Stanley Ho)
เอ่ยชื่อนี้แล้ว ในวงการคาสิโนคงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเขาเองที่ทำให้ “มาเก๊า” โด่งดังในระดับโลก และก็เพราะเขาเองที่ทำให้เจ้าพ่อคาสิโนทั่วโลกเดินทางมาลงทุนที่นี่

เที่ยวเอ็มจีเอ็ม แกรนด์ (MGM Grand)

เอ็มจีเอ็ม แกรนด์ (MGM Grand) ในลาสเวกัส เดิมชื่อมารีน่า แอนด์ เอ็มจีเอ็ม-แกรนด์ (Marina and MGM-Marina) บริหารโดยเอ็มจีเอ็ม รีสอร์ท อินเตอร์เนชั่นแนล ตัวโรงแรมตั้งอยู่ในเดอะสตริป ทรอปปิคาน่า แยกถนนลาสเวกัส ประกอบด้วยตึกหลักที่มีทั้งหมด 30 ชั้น สูง 89 เมตร ถูกเชื่อมต่อด้วยสะพานข้ามคนเดินเพื่อไปยังคาสิโนใกล้เคียง ทางด้านใต้ข้ามไปยังถนนทรอปปิคาน่า (Tropicana Avenue) ส่วนทางฝั่งตะวันตกข้ามไปยังนิวยอร์ค-นิวยอร์ค โฮเทล แอนด์ คาสิโน สะดวกสบายได้โล่ไปเล้ยย!!

เอ็มจีเอ็ม แกรนด์ คือหน่วยงานด้านความบันเทิงที่มีชื่อเสียงสุดๆ ในด้านงานอีเวนท์ดาราที่เอ็มจีเอ็ม แกรนด์ การ์เดน อารีน่า (MGM Grand Garden Arena) เป็นโรงแรมเดี่ยวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ด้วยจำนวนห้องกว่า 6,852 ห้อง และเป็นโรงแรมคอมเพล็กซ์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกด้วยจำนวนห้อง และเป็นโรงแรมรีสอร์ทคอมเพล็กซ์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของสหรัฐอเมริกา ตามอยู่แค่ เดอะเวเนเชี่ยน และเดอะพาลาซโซ เท่านั้น